ทำไมภาษีนำเข้าถึงสำคัญ?
ภาษีนำเข้า (Import Duty) เป็นต้นทุนหลักของการนำเข้าสินค้า โดยอัตราภาษีอาจสูงถึง 30-80% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกกฎหมายจึงมีผลต่อกำไรของธุรกิจอย่างมาก
สิทธิประโยชน์ที่ผู้นำเข้าควรรู้
1. FTA — ข้อตกลงการค้าเสรี
ประเทศไทยมีข้อตกลง FTA กับหลายประเทศ เช่น ASEAN, จีน, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย ทำให้สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศเหล่านี้สามารถใช้อัตราภาษีพิเศษ (ต่ำกว่าอัตราปกติ) หรือได้รับยกเว้นภาษีเลย
- AFTA (ASEAN) — สินค้าจาก 10 ประเทศอาเซียน อัตราภาษี 0%
- JTEPA (ญี่ปุ่น) — ลดอัตราภาษีสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์
- TAFTA (ออสเตรเลีย) — สินค้าเกษตร, เครื่องจักร ภาษี 0%
- RCEP — สิทธิประโยชน์ร่วมจาก 15 ประเทศ
2. BOI — สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI สามารถนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ โดยได้รับยกเว้นหรือลดภาษีนำเข้า ภาษีเงินได้นิติบุคคล และสิทธิประโยชน์อื่นๆ
3. คลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse)
สินค้าที่นำเข้ามาเก็บในคลังทัณฑ์บนจะยังไม่ต้องชำระภาษี จนกว่าจะนำสินค้าออกจากคลัง หากส่งออกไปต่างประเทศจะไม่ต้องเสียภาษีเลย ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้มาก
4. เขตปลอดอากร (Free Zone)
พื้นที่พิเศษที่ได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต เหมาะสำหรับธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก หรือธุรกิจ Re-export
5. การขอคืนอากร (Duty Drawback)
ผู้ผลิตที่นำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าส่งออกสามารถขอคืนอากรที่ชำระไปได้ ภายใน 1 ปีนับจากวันที่ส่งออก
ขั้นตอนการใช้สิทธิ FTA
- ตรวจสอบพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้า
- ตรวจสอบว่า FTA ฉบับใดครอบคลุมสินค้า
- ขอ Certificate of Origin (C/O) จากประเทศต้นทาง
- ยื่น C/O พร้อมใบขนสินค้าต่อกรมศุลกากร
- ชำระภาษีในอัตรา FTA ที่ลดลง
EG Warehouse ช่วยคุณได้อย่างไร?
ทีมที่ปรึกษาของ EG Warehouse มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สิทธิประโยชน์ภาษีที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณ ช่วยวางแผนลดต้นทุนนำเข้า และดำเนินพิธีการศุลกากรให้ถูกต้องตามกฎหมาย